อย่าปล่อยให้ ‘เส้นเลือดขอด’ บั่นทอนคุณภาพชีวิต
เส้นเลือดขอดเกิดจากอะไร หลายคนมีโอกาสเป็นแต่ไม่รู้ตัว พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย รู้จักเส้นเลือดขอดให้มากขึ้นว่าเกิดจากอะไร รักษาเส้นเลือดขอดด้วยวิธีใดได้บ้างจากบทความนี้
อย่าปล่อยให้ ‘เส้นเลือดขอด’ บั่นทอนคุณภาพชีวิต
เส้นเลือดขอด… หลายคนอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่จึงละเลยเรื่องการรักษา ใครๆ ก็เป็นกัน ในขณะที่โรคนี้กลับรบกวนความมั่นใจของคุณผู้หญิง เพราะเส้นเลือดที่ปูดโปนสีคล้ำทำให้เรียวขาไม่น่ามอง อีกทั้งผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า! หาคำตอบไปพร้อมกันว่าเพราะอะไร และทำความรู้จักเส้นเลือดขอดให้มากขึ้นแบบเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุการเกิด สัญญาณเตือนที่ชวนสังเกต การรักษาเส้นเลือดขอดรวมถึงการป้องกันได้จากบทความนี้
เส้นเลือดขอด (Varicose vein) คือ เส้นเลือดดำที่บวม โป่งพอง และบิดขดอยู่บริเวณชั้นใต้ผิวหนังชั้นตื้น (Superficial veins) พบบ่อยบริเวณขาและเท้า เนื่องจากแรงดันในเส้นเลือดที่สูงขึ้นจากการเดินหรือยืนนานๆ
เส้นเลือดขอดเกิดจากอะไร
เส้นเลือดขอดเกิดจากการเสื่อมประสิทธิภาพของลิ้น (Valve) เล็ก ๆ ในเส้นเลือดดำที่ขาซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมการไหลเวียนของเลือดดำ โดยการปิดกั้นไม่ให้เลือดมาคั่งที่ขา ดังนั้นหากลิ้นเล็กๆ นี้มีการเสื่อมก็จะทำให้เกิดการคั่งที่ขาอย่างเรื้อรัง ทำให้แรงดันเส้นเลือดดำนั้นๆ สูงขึ้น จนเกิดเส้นเลือดขอดตามมา
โดยสาเหตุที่ทำให้ลิ้นเสื่อม เกิดจากการเสื่อมตามอายุหรือตามพันธุกรรม หรือเกิดจากการที่ลิ้นปิดไม่สนิท ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลิ้นไม่สามารถปิดกั้นได้สนิท มาจากการเพิ่มความดันเรื้อรังในเส้นเลือดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การยืนเป็นเวลานาน หรือมีการอุดกั้นทางเดินของเลือดดำ เช่น การกดทับเส้นเลือดจากก้อนเนื้อ มีก้อนมะเร็งในอุ้งเชิงกราน หรือมีการเพิ่มความดันในช่องท้อง เช่น การตั้งครรภ์ โรคอ้วน หรือท้องผูกเรื้อรัง
จับสังเกตอาการเตือนเส้นเลือดขอด
- เห็นเส้นเลือดเป็นสีน้ำเงินหรือม่วงเข้ม เนื่องจากหลอดเลือดดำขยายตัวคล้ายตาข่ายแมงมุม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 มม. โดยที่ไม่มีอาการปวด
- มีอาการปวดเหมือนรู้สึกขาหนักๆ โดยเฉพาะตอนเย็น อาจมีอาการปวดตุ้บๆ ปวดแปลบๆ หรือแสบร้อน, กล้ามเนื้อเป็นตะคริวและบวมที่ขาทั้ง 2 ข้าง
- คันบริเวณที่เป็นเส้นเลือดขอดหรือรอบๆ
- มีแผลที่ผิวหนัง, แผลเรื้อรัง, หรือเคยหายแล้วและกลับมาเป็นใหม่
- มีเลือดออกหรือรอยช้ำหลังจากมีการบาดเจ็บต่อเส้นเลือดขอด
- เกิดการอักเสบของเส้นเลือดขอด ทำให้มีการปวด บวมแดง ร้อนตามแนวของเส้นเลือดขอด
- เส้นเลือดแข็งหรือเปลี่ยนสี
การรักษาเส้นเลือดขอดทำได้อย่างไร
เส้นเลือดขอดมีวิธีการรักษาอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีนั้นมีข้อบ่งชี้ตามลักษณะอาการที่เป็น รวมไปถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทำการรักษา ดังนี้
1.การรักษาแบบประคับประคอง (Conservative treatment) จะเน้นหนักไปทางการป้องกันและรักษาตามอาการมากกว่า เหมาะกับผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดขอดขนาดเล็กมาก หรือเป็นเส้นเลือดฝอยที่ขาขนาดเล็กๆ โดยการใส่ถุงน่องสำหรับเส้นเลือดขอด (Compression stocking), นอนยกปลายเท้าสูง เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและช่วยให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้ดีขึ้น, ออกกำลังกาย ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวบริเวณน่อง, ลดน้ำหนัก ในรายที่น้ำหนักเกินมากจนเกินไป, หลีกเลี่ยงการยืนนานๆ หรือนั่งห้อยเท้านานๆ หลีกเลี่ยงการนั่งไขว้ห้างและการเกิดอุบัติเหตุ
2.การรักษาแบบเฉพาะ (Specific treatment) คือ การฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำที่ขอดเพื่อให้เส้นเลือดตีบตัน (Sclerotherapy) สามารถรักษาได้ทั้ง เส้นเลือดขอดที่ขา (varicose vein) และ เส้นเลือดฝอยขดคล้ายเส้นใยแมงมุม (spider vein) โดยจะใช้รักษาอาการเส้นเลือดขอดที่มีขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 0.5 มิลลิเมตร หรือเส้นเลือดขอดที่มีขนาดอยู่ระหว่าง 1-3 มิลลิเมตร เป็นเส้นเลือดขอดเดี่ยว ๆ หรือบริเวณใต้เข่า
สารที่นิยมใช้มีหลายชนิด เช่น Aethoxysklerol , NaCl , Foam ซึ่งที่ รพ.จุฬารัตน์ 3 ใช้ Cyanoacrylate Glue ในการรักษา โดยหลังการฉีดสารผู้ป่วยควรเดินต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีทันทีเพื่อช่วยให้ยากระจายตัวได้ดีขึ้น และควรสวมถุงน่องสำหรับเส้นเลือดขอดเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาฉีดให้ได้ผลดี โดยควรสวมติดต่อกันอย่างน้อย 5-7 วัน (ยกเว้นในกรณีที่อาบน้ำให้ถอดออกได้)
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นการรักษาที่ไม่หายขาดในระยะยาว อาจมีการกลับมาเป็นซ้ำของเส้นเลือดขอดได้อีก หากแต่ข้อดีคือไม่ต้องนอน รพ. หลังการรักษาสามารถกลับบ้านได้ และไม่จำเป็นต้องใช้ยาระงับความรู้สึก
หมายเหตุ วิธีการรักษาเส้นเลือดขอดแบบเฉพาะนี้ไม่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้สารที่ใช้ฉีด มีเส้นเลือดอักเสบ และเส้นเลือดขอดมีขนาดใหญ่ร่วมกับปัญหาเส้นเลือดดำส่วนลึกได้
3.การรักษาเส้นเลือดขอดด้วยการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดดึงเอาเส้นเลือดที่ขอดออกไปทั้งเส้นเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก วิธีนี้จะเหมาะสำหรับการรักษาเส้นเลือดขอดที่มีขนาดใหญ่และมีขนาดยาวมากๆ หรือมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-6 มิลลิเมตร มีอาการปวดขาและมีลิ้นในเส้นเลือดดำผิดปกติ มีเส้นเลือดขอดที่เกิดปัญหาแทรกซ้อน เช่น มีเลือดออก มีแผลเรื้อรัง หรือมีการอักเสบของเส้นเลือดขอด ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยการฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำที่ขอดได้
การรักษาด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมการผ่าตัด โดยวิสัญญีแพทย์จะใช้วิธีระงับอาการปวดในขณะทำการผ่าตัดโดยการฉีดยาชาเข้าไขสันหลังหรือให้ดมยาสลบ หลังการผ่าตัดในช่วง 3-4 วันแรกควรนอนพักให้มาก ยกเท้าให้สูง และใส่ถุงน่องสำหรับเส้นเลือดขอดไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือ มีเลือดออกจากการผ่าตัด, ระหว่างการผ่าตัดอาจจะมีการทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงเสียหาย (เช่น เส้นเลือดแดง เส้นประสาท), แผลผ่าตัดเกิดการอักเสบติดเชื้อ, มีจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง, เกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดดำซึ่งพบได้ไม่บ่อย หรือเกิดแผลเป็นให้เห็นได้หลังการผ่าตัด
4.การรักษาเส้นเลือดขอดด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีการรักษาที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ทำให้เกิดบาดแผลและไม่มีแผลเป็น สามารถรักษาเส้นเลือดขอดได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เหมาะสำหรับเส้นเลือดขอดที่มีขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร และผู้ป่วยที่กลัวการฉีดยาหรือการผ่าตัด โดยผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (เหมือนมียางมาดีดที่ผิวหนัง) จึงไม่ต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ ในรายที่ไม่สามารถทนกับอาการเจ็บได้อาจทายาก่อนการรักษาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยหลังการรักษาผิวหนังบริเวณที่ทำจะมีอาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน 24 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 2-3 วัน แต่ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดรอยช้ำหรือผิวหนังไหม้พองได้โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีผิวคล้ำ
5.การรักษาด้วยเลเซอร์แบบพิเศษที่มีช่วงคลื่นต่ำ (Low level laser therapy) เป็นวิธีที่ช่วยบำบัดอาการเส้นเลือดขอดโดยการลดอาการบวมน้ำจากการคั่งของเส้นเลือดดำ ซึ่งข้อดีคือ ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ทำให้เกิดแผล ทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ สามารถรักษาได้ทั้งเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย แต่จะต้องใส่ถุงน่องสำหรับเส้นเลือดขอดร่วมด้วยเหมือนการรักษาอื่นๆ
6.ยารับประทานบรรเทาอาการเส้นเลือดขอด การรับประทานยาในกลุ่ม ไดออสมิน (Diosmin) และเฮสเพอริดิน (Hesperidin) จะทำหน้าที่ยับยั้งกระบวนการอักเสบให้ลดลง และทำให้ลิ้นในเส้นเลือดกลับมาเป็นปกติได้ โดยเฉพาะในเส้นเลือดขอดที่มีขนาดเล็กๆ ดังนั้น หากรักษาตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยให้หายได้
7.การรักษาเส้นเลือดขอดโดยใช้สารยึดติดทางการแพทย์ (Cyanoacrylate Glue) เป็นการรักษาโดยการใช้สารยึดติดทางการแพทย์เพื่อปิดหลอดเลือดดำที่มีปัญหา ก่อนการรักษาแพทย์จะทำการอัลตราซาวด์หลอดเลือดเพื่อระบุตำแหน่งเส้นเลือดที่มีความผิดปกติ ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้คือ หลังการรักษาอาการเส้นเลือดขอดจะดีขึ้น ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเส้นเลือดขอดจะหายไปภายใน 1 เดือน
(ล้อมกรอบ)
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเส้นเลือดขอด (Risk factors)
- มีอายุมากกว่า 70 ปี โอกาสเกิดโรคยิ่งสูงขึ้นจากการเสื่อมประสิทธิภาพของลิ้นในหลอดเลือดดำคำ ซึ่งพบโรคนี้มากกว่า 70% ในของคนที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป
- เพศหญิง มีโอกาสเกิดโรคสูงกว่าเพศชาย 3 เท่า เนื่องจากการตั้งครรภ์ที่ส่งผลถึงการเพิ่มความดันในช่องท้อง และจากการมีภาวะหมดประจำเดือนตามธรรมชาติ ซึ่งฮอร์โมนเพศจะมีส่วนช่วยในการคงความยืดหยุ่นของผนังเส้นเลือด
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ซึ่งพบโรคนี้ได้สูงขึ้นประมาณ 2 เท่า และพบในคนตะวันตกมากกว่าคนเอเชีย ทั้งนี้อาจมีความสัมพันธ์กับอาหารที่รับประทาน
- มีน้ำหนักตัวมาก เพราะโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกินจะเพิ่มความดันในช่องท้องให้สูงขึ้น
- อาชีพที่ต้องยืนหรือนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ หรือต้องยกของหนัก ๆ ทำให้เส้นเลือดมีเลือดคั่งมาก เช่น ทหาร ศัลยแพทย์ พยาบาลในห้องผ่าตัด ครู เป็นต้น
- อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในวัยรุ่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงวัยทอง หรือแม้กระทั่งการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดก็อาจส่งผลให้เกิดเส้นเลือดขอดมากขึ้นได้
- มีอาการท้องผูกเรื้อรัง
- ขาดการออกกำลังกาย ขาดการเคลื่อนไหวของร่างกาย หรือใช้ชีวิตที่สะดวกสบายจนเกินไป
นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดโดยเฉพาะบริเวณสะโพก ผู้ป่วยที่มีประวัติขาบวมหรือมีเส้นเลือดดำที่ขาอุดตันมาก่อนในอดีต ล้วนมีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดขอดได้มากกว่าคนทั่วไป
ป้องกันเส้นเลือดขอด ไม่ให้บั่นทอนคุณภาพชีวิต
- หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน หากต้องนั่งนานให้ลุกขึ้นเดินทุก ๆ 30 นาที หรือยกเท้าให้สูงทุกครั้งที่มีโอกาส
- หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน
- ออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควบคุมน้ำหนักเพื่อไม่ให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน
- ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น โดยฉพาะกางเกงที่ฟิต รัดบริเวณขาหนีบและเอว
- ไม่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน
- หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดและเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด
- ลดการรับประทานอาหารเค็มเพื่อป้องกันอาการบวม และรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น
จะเห็นได้ว่าเส้นเลือดขอดที่ขาไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป ไม่เพียงทำให้สูญเสียความมั่นใจ บั่นทอนคุณภาพชีวิตเท่านั้น แต่หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจต้องทนทรมานกับอาการปวดและรักษาได้ยากขึ้น ดังนั้น หากพบภาวะเส้นเลือดขอดที่ขาส่งสัญญาณรุนแรง สร้างความเจ็บปวดและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป
ศูนย์การแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความล่าสุด
แพ็คเกจสุขภาพ
Health Articles
Chularat 11 International Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
Chularat 11 International Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
If you have any questions or wish to contact staff
Hospital Address
185 M.1, BangnaTrad Rd. Km.42,
District Bangwua, Bangpakong,
Chacheoungsao, 24130